
“พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ” ริเริ่มขึ้นโดยพระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา และเจ้าอาวาสวัดนาทวี ที่ตั้งใจอยากให้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จึงร่วมกับชาวบ้านตำบลนาหมอศรี ตำบลฉาง ผู้นำชุมชน พี่น้องชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิมมาช่วยกันพลิกฟื้นนาที่ถูกทิ้งรกร้างมากว่า 15 ปี กับเนื้อที่ 12 ไร่ ให้กลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้ง และใช้กิจกรรมนี้เป็นศูนย์รวมของประชาชนให้มีความรักความสามัคคีระหว่างกัน อยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8

ในวันนี้ (3 เมษายน 2567) เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย หมู่ 3 ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ลงพื้นที่เปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีวัฒนธรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 8“ เพื่อส่งเสริมวิถีการท่องเที่ยวชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมได้ร่วมกันฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาทำนาข้าวอีกครั้ง เพราะข้าวคืออาหารหลักที่คนไทยนิยมบริโภค และอาชีพทำนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาช้านาน ทั้งนี้ ภายในงานบูธจัดแสดงนิเทศการของดีจากชุมชน และสถานศึกษาในพื้นที่มาจัดแสดง รวมทั้งมีการแสดงจากน้องๆ นักเรียนในพื้นที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จะร่วมกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนารักษ์ ร่วมกับส่วนราชการ โดยมี พระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา และเจ้าอาวาสวัดนาทวี, ผู้ช่วยเลขาเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายอำเภอนาทวี, พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่น นักศึกษา ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในกิจกรรม เกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีพหุวัฒนธรรม “พลิกนาร้างเป็นนารักษ์ ปีที่ 8” ตามที่ท่านพระอาจารย์ พระวชิรสุนทร ร่วมกับอำเภอนาทวี ได้ริเริ่มจัดทำโครงการสืบสานประเพณีพหุวัฒนธรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์” โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำนา การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยนำพี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ ได้ร่วมกันพลิกฟื้นนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างมากกว่า 15 ปี ให้กลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้ง เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาบริโภค เหลือก็สามารถนำมาจำหน่ายสร้างรายได้แก่เกษตรกร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนรุ่นก่อน ให้คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อไป นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและที่สำคัญคือได้สร้างการมีส่วนร่วม ความรัก ความสามัคคี ปรองดอง ระหว่างพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือ ร่วมใจกันดำนา และในวันนี้เราได้เห็นผลผลิตเป็นรวงข้าวที่เหลืองอร่ามทั่วท้องทุ่งนา ซึ่งเกิดจากความสามัคคีของพี่น้องทุกคน ขอขอบคุณอำเภอนาทวี ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางศาสนา และที่สำคัญคือ ท่านพระอาจารย์ พระวชิรสุนทร เจ้าของศูนย์เรียนรู้ และเป็นผู้จุดประกายแนวคิดการพลิกฟื้นนาร้าง ให้กลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้ง”

