
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 0900 น. ที่สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลตรีปกรณ์ จันทรโชตะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นประธานในกิจกรรมถวายความจงรักภักดี และถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2568 ซึ่งในกิจกรรมประกอบด้วย การกล่าวถวายราชสดุดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมี พันเอก ทวีพร คณะทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 พันเอก กุดั่น ทองคำ ผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 42 พันเอก โอคาร ปุณยศรัณย์ หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – มาเลเซีย นางสาวอริณชาภัทร์ ชูทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาณรงค์วิทยา (กองทัพบกอุปถัมภ์) คณะผู้บังคับบัญชา มณฑลทหารบกที่ 42 สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 42 และกำลังพล เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง
เนื่องในวันพระราชสมภพแห่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเวียนมาบรรจบในวันที่ 2 เมษายน 2568 อันเป็นวันมหามงคล ดลความชื่นบานสุขสวัสดิ์แก่ประชาชนชาวไทยทั่วราชอาณาจักร ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ล้วนสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาท ทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจนานับปการ เพื่อประโยชน์สุข ของประชาชนและประเทศชาติ ด้วยทรงพระราชวิริยอุตสาหะ และทรงพระปรีชาสามารถ จนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจ ของเหล่าพสกนิกรชาวไทยเสมอมา ทรงพระราชทานโครงการ ทหารพันธุ์ดี เพื่อพัฒนากําลังพลของกองทัพให้มีความรู้ และทักษะ อาชีพ ในด้านการเกษตร และสามารถถ่ายทอดให้กับชุมชน และประชาชนที่สนใจ ได้ศึกษาเรียนรู้ จนสามารถผลิตพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเกษตร และเศรษฐกิจ ให้กับประเทศ นอกจากนี้ ทรงได้รับการยกย่องและเทิดทูน ในพระอัจฉริยภาพ ทางด้านภาษา การดนตรี การศึกษา การสาธารณสุข การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจน ทรงตระหนักในคุณค่าของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนทุกระดับ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

ซึ่งล้วนแล้วแต่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงพระราชอุตสาหะมุ่งมั่นประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อจะอภิบาลบำรุงประชาชนชาวไทยให้มีความสุข ปราศจากทุกข์ ทรงตรากตรำพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินไปในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ไม่เว้นแม้แต่ในป่าเขาลำเนาไพร หรือเกาะแก่งห้วยละหาน ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปีแห่งการทรงงาน พระมหากรุณาธิคุณเกินกว่าคำจะพรรณนาได้ หากแต่จารจดจารึกมั่นในใจของประชาชนชาวไทยไม่มีวันจะลบเลือนไปได้ “ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายกำลังพระทัย พร้อมทั้งขอพร้อมใจกันถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะมั่นคงจงรักภักดีต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกาย พร้อมใจ ถวายงานตามพระราชประสงค์ทุกประการอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วราชอาณาจักร ให้ประชาชนไทยประสบความสุขสวัสดิ์ สมพระราชจำนงปรารถนาตลอดไป

